Price Range: From to

Compare Listings

กล่องกลมสีขาวที่ติดอยู่บนฝ้าเพดานในห้องชุดคืออะไรกันบ้าง

กล่องกลมสีขาวที่ติดอยู่บนฝ้าเพดานในห้องชุดคืออะไรกันบ้าง

ส่วนใหญ่จะเข้าใจกันว่าอุปกรณ์กล่องกลมสีขาวที่ติดอยู่บนฝ้าเพดานในห้องชุดคือเครื่องจับควันหรือ Smoke Detector ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนภัย หากมีควันเกิดขึ้นในบริเวณห้องมากปกติ หรือไม่ก็เกิดไฟไหม้เกินขึ้นเลย ซึ่งจริงๆแล้วยังมีอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกัน ติดอยู่บนฝ้าเพดานของเราได้อีกด้วย คือ อุปกรณ์จับความร้อน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Heat Detector เป็นเครื่องที่จับอุณหภูมิความร้อนในห้องทีสูงกว่าปกติ หรือความร้อนจากเพลิงไหม้ขึ้นมาส่วน<strongหัวน้ำดับเพลิง อัตโนมัติ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Automatic Water Sprinkler มีหัวฉีดน้ำมีมีกระเปาะแก้วสีแดงที่ปลายท่อ จะทำงานเมื่อเกิดความร้อนในห้องสูง จนทำให้กระเปาะแก้วแตกและน้ำจะฉีดพุ่งออกมาเพื่อทำการดับไฟ อุปกรณ์ที่ทำงานได้รวดเร็วและจับการเกิดเพลิงไหม้ได้เร็วที่สุดคือ ตัวจับควันไฟ Smoke Detector เนื่องจากการเกิดเพลิงไหม้ในช่วงแรกความร้อนจะไม่สูงจนทำให้ระบบอื่นๆทำงาน แต่ควันไฟจะเกิดขึ้นก่อน ตัวจับควันจึงแจ้งเตือนไฟไหม้ได้เร็วกว่าระบบอื่นๆ

มีคอนโดมาสร้างติด แนวเขตที่ดินบ้านเรา ผิดกฎหมายหรือไม่

มีคอนโดมาสร้างติด แนวเขตที่ดินบ้านเรา ผิดกฎหมายหรือไม่

มีคอนโดมาสร้างติดแนวเขตที่ดินบ้านเราผิดกฎหมายหรือไม่ กฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องนี้มีสองฉบับ คือ กรณีที่อาคารสร้างอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ให้ดูข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมอาคารพ.ศ. 2544 ข้อ 54 ที่กำหนดไว้ว่า อาคารด้านชิดที่ดินเอกชน ช่องเปิดประตู หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ หรือริมระเบียงสำหรับชั้น 2 ลงมา หรือสูงไม่เกิน 9 เมตร ต้องอยู่ห่างเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 2 เมตร และสำหรับชั้น 3 ขี้นไปหรือสูงเกิน 9 เมตร ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร หมายความว่า ถ้าอพาร์ทเมนต์ หรือ คอนโด มีช่องเปิดที่ผนัง แล้วมาสร้างติดกับบ้านเรา ถือว่าผิดกฎหมายอย่างแน่นอน และข้อ 55 ในกฎหมายฉบับเดียวกันที่กำหนดว่า อาคารที่มีความสูงไม่เกิน 15 เมตร ต้องมีที่ว่างโดยรอบอาคารไม่น้อยกว่า 1 เมตร ยกเว้นบ้านพักอาศัยที่มีพื้นที่ไม่เกิน 300 ตรม อาคารที่มีความสูงเกนิ 15 เมตร นั้นต้องมีที่ว่างโดยรอบอาคารไม่น้อยกว่า 2 […]

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบทบาทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบทบาทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

สัญญานายหน้า ลักษณะของสัญญานายหน้า มาตรา 845 “บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้า เพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่า บุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จ เนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้ ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่ จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว นายหน้ามีสิทธิจะได้รับชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ได้เสียไป ก็ต่อเมื่อได้ตกลงกันไว้เช่นนั้น ความข้อนี้ท่านให้ใช้บังคับแม้ถึงว่าสัญญาจะมิได้ทำกันสำเร็จ” มาตรา 846 “ถ้ากิจการอันได้มอบหมายแก่นายหน้านั้น โดยพฤติการณ์เป็นที่คาดหมายได้ว่า ย่อมทำให้แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จไซร้ ท่านให้ถือว่าได้ตกลงกันโดยปริยายว่ามีค่าบำเหน็จนายหน้า ค่าบำเหน็จนั้นถ้ามิได้กำหนดจำนวนกันไว้ ท่านให้ถือว่าได้ตกลงกันเป็นจำนวนตามธรรมเนียม” 1. นายหน้าเป็นตัวกลางที่ช่วยชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลอื่นได้เข้าทำสัญญากัน นายหน้าไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปกระทำการแทนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่มีอำนาจเข้าไปทำสัญญาแทนคู่สัญญา 2. นายหน้าเป็นเอกเทศสัญญาชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่มีบทบังคับว่าจะต้องสัญญาเป็นหนังสือหรือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ดังนั้น สัญญานายหน้าจะตกลงกันเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ 3. เมื่อนายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการให้คู่สัญญาทำสัญญากันแล้ว นายหน้าย่อมมีสิทธิได้รับบำเหน็จ แม้ต่อมาคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะผิดสัญญาหรือเลิกสัญญาที่ทำไว้นั้น ก็ตาม ซึ่งทั้งนี้สัญญานายหน้านั้นตามปกติต้องถือว่ามีบำเหน็จ แม้จะไม่มีข้อตกลงกันไว้ในสัญญาว่าจะต้องเสียค่าบำเหน็จนายหน้าเท่าใด ก็ต้องให้ถือว่าได้ตกลงกันเป็นจำนวนตามธรรมเนียม คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2199/2535  โจทก์ช่วยติดต่อขายที่ดินให้จำเลยสำเร็จ เป็นกิจการที่ทำให้แก่กันโดยพฤติการณ์เป็นที่คาดหมายได้ว่าย่อมทำให้แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จ ถือได้ว่าตกลงกันโดยปริยายว่ามีค่าบำเหน็จนายหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 846 วรรคแรก ส่วนข้อตกลงให้เงินส่วนที่เกินจากราคาที่ดินที่จำเลยกำหนดไว้ 2,000,000 บาท เป็นค่าบำเหน็จแก่โจทก์นั้นเป็นข้อตกลงพิเศษส่วนหนึ่งต่างหากแยกจากกัน แม้จำเลยจะขายที่ดินให้แก่ ฉ. ในราคา […]